เที่ยวโยโกฮาม่าด้วยตัวเอง

Share

เที่ยวโยโกฮาม่าเอง เที่ยวง่าย พักสบายแบบประหยัด

ญี่ปุ่นนั้นเป็นดินเเดนที่นับได้ว่ามีความสวยงามเเละมีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณไปชมได้อย่างมากมายหลายเเห่งด้วยกัน โดยอีกหนึ่งเมืองที่ตั้งอยู่ติดกับโตเกียวอย่าง โยโกฮาม่า นั้นก็ถือว่าเป็นเมืองที่มีสีสันเเละน่ามาท่องเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว โดยหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของโยโกฮาม่า ก็คือ พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล ที่มีความน่าสนใจอย่างมากเลยทีเดียว

Cup Noodles Museum, พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล

Cup Noodles Museum นั้นตั้งอยู่ในเมืองโยโกฮาม่า โดยสร้างขึ้นมาในปี ค.ศ.1958 โดยบริษัทอาหาร นิชชิน ซึ่งเป็นบริษัทที่ขึ้นชื่ออย่างมากในการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเเละใส่ลงถ้วยเป็นเจ้าเเรกของญี่ปุ่น จนกลายเป็นหนึ่งในนวัตกรรมเเห่งยุคของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ซึ่งเเต่เดิมนั้นผู้ก่อตั้งนิชชิน เป็นพวกร้านราเมงเล็กๆ เท่านั้น เเต่หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองจบลง เขาก็พยายามคิดสูตรอาหารสำเร็จรูปเพื่อให้ประชาชนที่ใช้ชีวิตอย่างยากเเค้นได้มีอะไรอิ่มท้องกิน เเละมันกลายเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ที่จะได้กินยามประสบภัยอีกด้วย

ภายในของ พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล นั้นจะทำให้ผู้ที่เข้ามาชมพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้ได้เข้าใจถึงเรื่องราวของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยมีการเเสดงเป็นวีดีโอสั้นๆ เเนะนำประวัติต่างๆ ต่างนิชชิน ส่วนผนังของพิพิธภัณฑ์นั้นถือว่าเป็นไฮไลท์เลยทีเดียว เพราะมันอัดเเน่นไปดัวยซอง เเละถ้วยของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว เเละหากคุณเดินดูดีๆ ก็จะพบกับถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากประเทศไทย นอจากนี้เเล้วยังมีประวัติของถ้วยโฟมตั้งเเต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้คุณได้รู้ถึงวิวัฒนาการอีกด้วย เเถมที่น่าสนใจคือมีการโชว์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับกินในอวกาศอีกด้วย
Cup Noodles Museum นั้นมีความน่าสนใจตรงที่มีกิจกรรมเวิร์กช็อปให้คุณได้ลองทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในสไตล์ของตัวคุณเองตั้งเเต่เริ่มทำลายกระป่อง จนถึงการเลือกสูตรของบะหมี่เองเลย โดยคุณสามารถเลือกรสชาดน้ำซุปได้เองอีกด้วย โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายเพียง 300 เยนต่อกระป๋องเท่านั้นเอง นอกจากนี้เเล้วที่บริเวณ My Chicken Ramen workshop คุณสามรถทำบะหมี่ใส่ซองได้อีกด้วย โดยใช้เวลาในการทำประมาณ 90 นาที เเละเสียวค่าใช้จ่ายประมาณ 500 เยน เเต่คุณต้องทำการจองเข้าเวิร์กช็อปล่วงหน้าทางออนไลน์ นอกจากนี้เเล้วยังมีสนามเด็กเล่นที่จำลองตัวโรงงานผลิตบะหมี่มาให้เด็กๆ ได้เล่นกัน พิพิธภัณฑ์เเห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 10.00 น. จนถึง 18.00 น. โดยปิดทุกวันอังคาร เเละเสียค่าเข้าชมคนละ 500 เยน
ส่วนการเดินทางมายัง พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล นั้นหากมาจากสถานี Yokohama Station ก็ให้คุณใช้บริการของ Minato Mirai Line โดยมาลงที่สถานี Minato Mirai Station เเล้วเดินต่อไปอีกเพียงเเค่ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว หรือคุณจะใช้บริการของรถบัส Akaikutsu Loop Bus โดยมาลงที่ Sakuragicho Station ก็จะถึงเช่นเดียวกัน

Yokohama Chinatown, โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์

ดินเเดนญี่ปุ่นนั้นมีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมอย่างมาก เพราะความหลากลหายทางด้านของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่มากมายทำให้ดินเเดนเเห่งนี้เป็นที่ฮอตฮิตอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินทางมาเที่ยว โดยเเม้ว่าจุดหมายปลายทางของการมาท่องเที่ยวจะอยู่ที่เมืองใหญ่ๆ ที่มีเเหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตมากมายอยู่เเล้ว เเต่สำหรับเมืองเล็กๆ ที่มีสีสันอย่างโยโกฮาม่า ก็นับว่ามีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมไม่เเพ้ที่อื่นๆ เเถมยังอยู่ติดกับโตเกียวอีกด้วย โดยจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเเห่งของที่นี่ก็คงหนีไม่พ้น โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ ที่มีสีสันของความเป็นลูกผสมวัฒนธรรมจีน-ญี่ปุ่น
Yokohama Chinatown นั้นตั้งอยู่ใจกลางเมืองโยโกฮาม่า โดยเป็นจุดที่มีชาวจีนมาสร้างชุมชนขนาดใหญ่ เเละว่ากันว่านี่คือชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย โดยชุมชนเเห่งนี้เริ่มก่อตัวตั้งเเต่ช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มมีการเปิดประเทศเเละเปิดเมืองท่าโยโกฮาม่าในปี ค.ศ.1859 โดยในระยะเวลานั้นมีชาวต่างชาติเดินทางมาทำการค้าขายกับญี่ปุ่นหลายชาติด้วยกันรวมทั้งชาวจีนที่มาทำมาค้าขายเเละมาลงหลักปักฐานบริเวณเเห่งนี้ จึงทำให้เกิดเป็นย่านชุมชนไชน่าทาวน์เกิดขึ้น
ภายใน โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ จริงเเล้วก็ไม่ได้เเตกต่างกับส่วนอื่นๆ ของเมืองโยโกฮาม่ามากนักตามสภาพภายนอก เเต่จะมีซุ้มประตูอยู่ที่ทางเข้าทั้งหมด เพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเป็นพื้นที่ของไชน่าทาวน์เเล้ว โดยมีร้านรวงมากมายของคนจีนทั้งร้านอาหารเเละร้านขายของต่างๆ ที่เป็นสินค้ามาจากจีน รวมทั้งเเหล่งบริการอื่นๆ อีกมากมาย โดยในเเต่ละวันนั้นจะมีทั้งชาวญี่ปุ่นเเละนักท่องเที่ยวต่างชาติเเวะเวียนมาเที่ยวอยู่สม่ำเสมอเลยทีเดียว ยิ่งในช่วงของเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับประเพณีเเละวัฒนธรรมของจีนนั้นย่านนี้จะคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน
ร้านค้าภายใน Yokohama Chinatown นั้นได้รับความนิยมอย่างมากก็เห็นจะเป็นในส่วนของร้านอาหารจีนที่มีอยู่หลายร้านด้วยกัน เเละเเต่ละร้านนั้นก็ได้รับความสนใจจากเมนูต่างๆ ที่มีรสชาดเด็ดอย่างมาก ส่วนร้านขายของก็นับว่าดังอย่างพวกร้านยาจีน เเละผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากเมืองจีน เเต่ที่ฮอตฮิตเเละเป็นที่รู้จักกันอย่างมากก็คงหนีไม่พ้นร้านขายซาลาเปา เเละบรรดาติ่มซำที่เรียกได้ว่าสร้างสีสันเเละความอร่อยให้เป็นที่ประทับใจเเก่ผู้ที่เคยมาลองลิ้มชิมรสชาดเเล้ว
สำหรับการเดินทางมายัง โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ นั้นคุณสามารถใช้บริการของรถไฟ Minato Mirai Line มาลงยังสถานี Motomachi-Chukagai Station จากนั้นก็เดินต่ออีกเพียง 10 นาทีก็จะถึงทางเข้าเเล้ว ส่วนใครที่ใช้บริการของรถไฟ JR Negishi Line ก็ให้มาลงที่สถานี Ishikawacho Station จากนั้นก็เดินต่ออีกเพียงเเค่ 10 นาทีก็จะถึงเเล้วเช่นกัน

แนะนำประกันการเดินทางต่างประเทศออนไลน์

เพื่อนๆ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศอย่าลืมซื้อประกันเดินทางได้ที่รูปด้านล่างนี้เลย ! — โปรโมชั่นพิเศษมากมาย —

เช่า Pocket Wifi ไปใช้ที่ญี่ปุ่น

สถานที่พักในเครือ Youth Hostel

ถ้าท่านมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในโตเกียว โอซาก้า ฯลฯ ญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีที่พักที่มีคุณภาพ ราคาโดนใจ เราขอแนะนำ ที่พักในเครือข่าย

Hostelling International ที่มีทำเลมีหลากหลาย โดยแต่ละสถานที่ มีความปลอดภัย จึงมีความเหมาะสม

กับนักเดินทางชาวไทย สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ คลิกที่นี่

Yamate and Motomachi ย่านยามาเตะและโมโตมาจิ

ญี่ปุ่นนั้นมีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมอย่างมาก เพราะความหลากลหายทางด้านของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่มากมายทำให้ดินเเดนเเห่งนี้เป็นที่ฮอตฮิตอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินทางมาเที่ยว โดยเเม้ว่าจุดหมายปลายทางของการมาท่องเที่ยวจะอยู่ที่เมืองใหญ่ๆ ที่มีเเหล่งท่องเที่ยวฮอตฮิตมากมายอยู่เเล้ว เเต่สำหรับเมืองเล็กๆ ที่มีสีสันอย่างโยโกฮาม่า ก็นับว่ามีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมไม่เเพ้ที่อื่นๆ เเถมยังอยู่ติดกับโตเกียวอีกด้วย

โดยจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเเห่งของที่นี่ก็คงหนีไม่พ้น ย่านยามาเตะและโมโตมาจิ ที่เเสดงถึงความสวยงามคลาสิกทำให้คุณได้สัมผัสอดีตของโยโกฮาม่าอย่างใกล้ชิด
Yamate and Motomachi เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ในเมืองโยโกฮาม่า จากการที่ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวตะวันตก ทำให้ยังคงมีสิ่งก่อสร้างมากมายหลายเเห่งที่เกี่ยวกับชาววตะวันตกเหล่านั้นอยู่มากมาย ทั้งในส่วนของ สวนสาธารณะ Harbor View Park ที่มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างมากของอ่าวโยโกฮาม่า รวมทั้งมีคริตจักร เเละหลังจากลงจากเนินเเล้วคุณก็จะได้สัมผัสกับถนนช็อปปิ้งชื่อดังอย่างถนนโมโตมาชิ ที่มีความยาวประมาณ 500 เมตร เเต่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายที่เป็นร้านค้าเเบรนด์ดัง เเละมีคาเฟ่เท่ห์ๆ มากมายหลายเเห่งที่น่านั่งอย่างมาก เเถมในย่านนี้ยังมีสุสานของเหล่าชาวต่างชาติกว่า 4,200 หลุมอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปชมได้อีกด้วย
โดยใน ย่านยามาเตะและโมโตมาจิ นั้นมีจุดที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดไปเที่ยวชมอยู่หลายจุดทั้งที่ บ้านชาวอังกฤษ British House ซึ่งเเต่เดิมเป็นที่อาศัยของกงสุลอังกฤษ โดยเปิดให้เข้าชมฟรี เเละเปิดตั้งเเต่เวลา 9.30 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ส่วนทางด้านของ บ้านหมายเลข 111 นั้นเเต่เดิมเป็นบ้านพักของชาวอเมริกันที่ชื่อว่า J.E.Laffin ที่มีสถาปัตยกรรมในเเบบสเปนที่สวยงามอย่างมาก โดยที่นี่ก็สามารถเข้าชมได้ฟรีตั้งเเต่เวลา 9.30 น. จนถึงเวลา 17.00 น. ทางด้านของบ้านหมายเลข 234 นั้นก็ถือว่ามีความสวยงาม เเละน่ามาเที่ยวชม ไม่ต่างจาก บ้านพักของเอริสมัน ที่เป็นบ้านพักของ Fritz Chrismann นักธุรกิจชาวสวิต ที่สวยงามตามสถาปัตยกรรมเเบบยุโรป
นอกจากนี้เเล้ว Yamate and Motomachi ยังเป็นที่ตั้งของ หอเบอริก ซึ่งนับว่าเป็นบ้านพักที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในย่านนี้ โดยเเต่เดิมเป็นของพ่อค้าชาวอังกฤษที่ชื่อว่า B.R.Berrick ส่วนทางด้านของ พิพิธภัณฑ์เทนนิส นั้นก็จัดเเสดงเรื่องราวของกีฬาเทนนิสที่เข้ามาเเพร่หลายในญี่ปุ่นจากย่านนี้นั่นเอง โดยมี บ้านหมายเลข 18 ซึ่งเเต่เดิมเป็นบ้านของนักบวชในคริตจักรโรมันคาทอลิค ส่วนทางด้านของ บ้านของนักการทูต นั้นเเต่เดิมเป็นบ้านพักของเอกอัคราชทูตของตุรกี โดยเป็นบ้านในสไตล์อเมริกันวิคตอเรีย ที่มีความสวยงามอย่างมาก
โดยการเดินทางมายัง ย่านยามาเตะและโมโตมาจิ นั้นเดินทางได้อย่างสะดวก หากคุณมาจากหน้าสถานี Yokohama Station ก็ให้คุณใช้บริการของ Minato Mirai Line มาลงที่สถานี Motomachi-Chukagai Station ซึ่งสถานีนี้จะตั้งอยู่ทางทิศเหนือของย่านนี้ เเต่หากคุณใช้บริการของ JR Negishi Line จากสถานี Yokohama Station มาลงที่สถานี Motomachi-Chukagai Station

Kirin Beer Village, โรงหมักเบียร์คิริน

มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ชื่นชอบการเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น ดินเเดนที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวอย่างมาก โดยการเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่นเเต่ละครั้งนั้นก็นับได้ว่านักท่องเที่ยวจะนิยมในการเดินทางไปเที่ยวยังเมืองสำคัญๆ ต่างๆ หลายเมืองด้วยกันเพราะจะมีเเหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอยู่มากมาย เเต่สำหรับเมืองที่อยู่ติดกับโตเกียวอย่างโยโกฮาม่านั้นก็นับว่าน่ามาเที่ยวชมความสวยงามไม่ใช่เล่น โดยเมืองเเห่งนี้นับว่ามีสีสันเเละมีความเก่าเเก่คู่กับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมานาน เเละอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็คือ โรงหมักเบียร์คิริน ที่จะทำให้คุณด่ำดิ่งเข้าสู่ฟองเบียร์อันชุ่มฉ่ำในสไตล์ญี่ปุ่น
Kirin Beer Village นั้นตั้งอยู่ใจกลางของเมืองโยโกฮาม่า ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้คุณได้รู้จักกับเบียร์เเบรนด์ดังของญี่ปุ่นอย่างคิริน ซึ่งเบียร์เเบรนด์นี้ถือว่าเป็นเเบรนด์เก่าเเก่อีกเเบรนด์ของญี่ปุ่น โดยมันก่อตั้งมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1907 ในยุคเมจิ ซึ่งช่วงเวลานั้นมีการเปิดประเทศญี่ปุ่นเพื่อรับเอาวัฒนธรรมเเละวิทยาการจากตะวันตกมาอย่างมากมาย ผ่านเมืองท่าหลายเเห่งที่สำคัญของญี่ปุ่น รวมทั้งที่เมืองโยโกฮาม่าด้วย เเละคิรินก็ถือกำเนิดขึ้นนับตั้งเเต่นั้น จนอยู่คู่กับญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
ภายใน โรงหมักเบียร์คิริน นั้นมีส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวที่ต้องทำการจองตั๋วเข้าชมล่วงหน้าเอาไว้ก่อน โดยจะมีการพาทัวร์เป็นรอบๆ ใช้เวลารอบละ 1 ชั่วโมง โดยมีการบรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น เเต่จะมีไกดบุ๊คเป็นภาษาอังกฤษให้สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะป่านส่วนต่างๆ ที่มีความน่าสนใจทั้งในส่วนของการจัดเเสดงประวัติศาสตร์ของเบียร์เเบรนด์นี้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร รวมทั้งแกลเลอรี่ภาพถ่ายเกี่ยวกับการเริ่มต้นทำโรงงานผลิตเบียร์
การทัวร์ใน Kirin Beer Village นั้นยังจะนำเสนอเรื่องราวของกรรมวิธีในการผลิตเบียร์คิรินให้คุณได้สัมผัสทุกขั้นตอนอีกด้วย โดยคุณจะได้เห็นทั้งถังหมักเบียร์ตั้งเเต่ยุคเริ่มต้นจนถังหมักในยุคปัจจุบันที่ใช้งานจริงอยู่ในกระบวนการผลิต เเละการบรรจุขวดหรือลงกระป๋องว่าทำอย่างไรกัน ทั้งในอดีตเเละปัจจุบัน ที่สำคัญเเล้วคุณจะได้รับโอกาสในการลองชิมเบียร์คิรินอีกด้วย โดยที่นี่จะเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 10.30 น. ถึง 15.30 น. โดยปิดทุกวันจันทร์ เเละต้องมีการจองตั๋วเข้าชมล่วงหน้า
ส่วนการเดินทางมายัง โรงหมักเบียร์คิริน นั้นคุณสามารถใช้บริการรถไฟ Keikyu Main Line จากสถานี Yokohama Station หรือสถานี Shinagawa Station ก็ได้ เเล้วให้คุณมาลงที่สถานี Namamugi Station จากนั้นก็เดินต่อไปทางทิศใต้อีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงเเล้ว เเต่หากใครใช้บริการของรถไฟ JR Keihin-Tohoku Line ก็ให้มาลงที่สถานี Shin-Koyasu Station เเล้วเดินต่อไปอีก 15 นาทีก็จะถึงเช่นเดียวกัน

คลิกที่รูปเพื่อซื้อ Eurail Pass JR Pass บัตรรถไฟต่างๆ

(ไม่มีชาร์จหากซื้อผ่านบัตรเครดิต และจัดส่งฟรีทั่วประเทศ)

 

 

Share