เที่ยวนางาซากิด้วยตัวเอง

Share

เที่ยวนางาซากิเอง เที่ยวง่าย พักสบายแบบประหยัด

 

แหล่งความรู้ของคุณก่อนวางแผนเที่ยวนางาซากิอย่างง่าย รวมถึงคำแนะนำที่พักในเครือ Japan Youth Hostel บริการที่เกี่ยวข้องอย่างประกันการเดินทาง แล้วคุณจะเที่ยวอย่างสบายด้วยตัวเองพร้อมบริการรถไฟ JR pass

ดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง ญี่ปุ่น นั้นนับว่าเป็นที่หมายตาของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวที่มีความสะดวกสบายและมาสัมผัสกับความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งสามารถสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และมีหลายแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมกันอย่างในคิวชูนั้นก็มีความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่มากมายและหนึ่งในนั้นก็คือนางาซากิ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งที่น่ามาเที่ยวชม

สวนสนุก Huis Ten Bosch

นักท่องเที่ยวจำนวนมากมายที่ชื่นชอบการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของเเหล่งท่องเที่ยวมากมายในญี่ปุ่น โดยมีเเหล่งท่องเที่ยวหลายเเห่งที่มีความสวยงามเเละน่าสนใจในการมาเที่ยวชมอย่างที่ เกาะคิวชู นั้นนับว่าเป็นอีกหนึ่งในเเหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่มีความน่าสนใจ โดยอย่างในจังหวัดนางาซากิ นั้นก็เป็นอีกจุดที่มีความน่าสนใจเเละมีสถานที่อย่าง สวนสนุกเฮาเทนบอช ที่มีความโดดเด่นสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

โดย Huis Ten Bosch theme park นั้นเป็นสวนสนุกที่มีความสวยงามเเละมีธีมในสไตล์ฮอลแลนด์ โดยอยู่ใกล้กับเมืองซาเซโบ โดยมีการออกเเบบเเละสร้างมาในเเบบสถาปัตยกรรมของฮอลเเลนด์ ทั้งในส่วนของตัวอาคารเเละการตกเเต่งทั้ง คลองสายต่างๆ หรือจะเป็นสวนดอกไม้ อาคารบ้านเรือนต่างๆ เเละมีกังหันลมอันเป็นสัญลักษณ์อีกด้วย โดยจะมีการปลูกดอกไม้ที่สลับสายพันธุ์กันไปทุกฤดูกาลเลยทีเดียว
ทางด้านของ สวนสนุกเฮาเทนบอช นั้นมีดอกไม้มากกว่า 3 เเสนดอกเลยทีเดียว เเละมีต้นไม้รวมกันมากกว่า 4 เเสนต้น โดนในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นนักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของดอกทิวลิป ส่วนในฤดูร้อนนั้นก็จะมีงานเทศกาลดอกไม้ที่มีความสวยงามเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยมีอาคารที่เป็นทั้งโรงเเรมที่พัก เเละร้านอาหารมากมายหลายเเห่งด้วยกัน นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีสวนสนุกที่น่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมกัน โดยมีการเเบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ คือในโซนที่สามารถเขาชมได้ฟรีกับโซนที่ต้องเสียเงินในการเล่นเครื่องเล่นต่าง

สำหรับ Huis Ten Bosch theme park ในโซนที่ต้องซื้อตั๋วเข้าไปนั้นจะเเบ่งออกเป็น 6 โซนย่อยด้วยกันทั้งในส่วนของ Thriller Fantasy Museum, Art Garden, Utrecht, Binnenstad, Breukelen และ Nieuwstad เเละมีเครื่องเล่นมากมายที่สร้างความสนุกสนาน รวมทั้งมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่าง พิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้ หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ นอกจากนี้เเล้วยังสามารถร่วมกิจกรรมในการล่องเรือไปตามคลองที่มีความยาวมากกว่า 6 กิโลเมตรได้อีกด้วย หรือจะปั่นจักรยานชมความสวยงามของเมืองเเห่งนี้ก็สามารถทำได้ เเละที่น่าสนใจก็คือการล่องเรือโจรสลัดจากการ์ตูนดังอย่างวันพีช โดยมีบริการหลายอย่างที่น่าสนใจทั้ง โรงเเรมเเบบ HOTEL EUROPE หรือจะเป็น HOTEL AMSTERDAM ที่เหมาะกับครอบครัว โดยสวนสนุกเเห่งนี้เปิดให้เขาชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 22.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 6,900 เยนสำหรับผู้ใหญ่ เเละ 5,900 เยนสำหรับเด็กนักเรียน

การเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ สวนสนุกเฮาเทนบอช นั้นสามารถใช้บริการของรถไฟ JR Seaside มาลงที่สถานีรถไฟ เฮาเทนบอส โดยใช้เวลาในการเดินทาง 75 นาที

 

พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ

 

ดินแดนที่แสนจะสวยงามอย่างญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่มีความน่าสนใจในการเดินทางไปเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง และสำหรับภูมิภาคอย่างคิวชูที่มีความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมายด้วยแล้ว ก็น่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายต่อหลายแห่งด้วยกันอย่างที่ นางาซากิ นั้นก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีความงดงามและมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่ามาเที่ยวชมกันอย่างที่ พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง
โดยที่ Nagasaki Atomic Bomb Museum นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกเเห่งหนึ่งในตัวเมืองนางาซากิ ซึ่งเหมือนเป็นจุดเเลนด์มาร์คเลยทีเดียว เเละมีการจัดเเสดงที่เกี่ยวข้องมากมายกับเหตุการณ์การทิ้งระเบิดปรมาณูลงมาที่เมืองนางาซากิ โดยมีการไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนที่จะถึงวินาทีเเห่งหายนะ ซึ่งมีการบันทึกเป็นวีดีโอเอาไว้อีกด้วย เเละมีภาพถ่ายมากมายที่เเสดงให้เห็นถึงผู้เสียชีวิตเเละผู้ที่รอดชีวิต นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เรียกน้ำตาได้อย่างมากสำหรับผู้ที่เข้าชมเเล้วเกิดความสะเทือนใจ
ภายในของ พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ นั้นเเบ่งออกเป็น 4 โซนด้วยกัน โดยอย่างที่โซน เอ จะเป็นเรื่องราวของเมืองนางาซากิก่อนวันที่ 9 สิงหาคม ปี ค.ศ.1945 โดยจัดเเสดงเรื่องราวทั้งหมดของเมือง ประเพณี เทศกาลต่างๆ เเละนาฬิกาแขวนที่เสียหายจนใช้การไม่ได้เเล้วโดยมันหยุดเวลาที่ 11:02 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ระเบิดถูกทิ้งลงสู่พื้นดิน ส่วนโซน บี นั้น จะจัดเเสดงเกี่ยวกับความเสียกายที่ได้รับจากการระเบิดของระเบิดปรมาณู ซึ่งผู้ที่ได้เข้าชมจะได้รับรู้ถึงอานุภาพเเละการทำลายล้างของมันว่ามีพลังมหาศาลอย่างไรบ้าง

ส่วนทางด้านของโซนอื่นๆ ใน Nagasaki Atomic Bomb Museum นั้นก็มีทั้งในส่วนของ โซน ซี ที่จะเป็นส่วนที่ให้ผู้เข้าชมได้เเสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามอาวุธนิวเคลียร์ ว่าจะเป็นอย่างไร เเละควรจะทำอย่างไร โดยทางด้านของโซน ดี นั้นจะเป็นการจัดแสดงภาพยนตร์สารคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับการทิ้งระเบิดปรมาณู โดยบรรยากาศทั่วไปในพิพิธภัณฑ์นั้นค่อนข้างเศร้าเเละเเสดงถึงความหดหู่เป็นอย่างมาก โดยบริเวณเส้นทางเดินที่จะไปยังตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์นั้นจะผ่านสวน Hypocenter ซึงจะมีเเท่งหินสีดำตั้งอยู่ตรงกลางลานหินรูปวงกลม ซึ่งจุดนี้คือจุดศูนย์ทกลางของระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงมาที่เมืองนางาซากิในครั้งนั้น โดยพิพิธภัณฑ์นั้นเปิดให้เข้าชมทุกวันในเวลา 8.30 นง จนถึงเวลา 17.30 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 200 เยน นับว่าน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนการเดินทางมายัง พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ นั้นสามารถใช้บริการของรถรางสาย 1 หรือ 3 โดยมาลงที่สถานี Hamaguchi-machi หรือไม่เช่นนั้นก็ให้โดยสารรถบัสที่จะไปยัง Namehi, Togisu หรือ Menoto โดยมาลงที่ป้าย Hamaguchi-machi โดยพอลงตากรถรางเเล้วก็ให้เดินต่อมาจนพบกัยสี่เเยกก็ให้เลี้ยวขวาเเล้วเดินตรงไปจะพบกับทางเข้าไปยัง Hypocenter Park ทางซ้ายมือ ก็ให้เดินลัดสวนเเห่งนี้ไปยังตัวพิพิธภัณฑ์ได้เลย

สวนดอกไม้ของโกเวอร์

 

โดยสำหรับเมืองนางาซากินั้นเป็นเมืองท่าในอดีตที่มีความสำคัญเพราะเป็นจุดที่มีพ่อค้าชาวต่างชาติเข้ามาค้าขายกันเป็นจำนวนมากจึงทำให้สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวตะวันตกมากมายหลายเเห่งด้วยกัน ซึ่งที่ Glover Garden นั้นก็นับว่าเป็นอีกเเห่งหนึ่งที่มีความสวยงามเเละน่าสนใจ พร้อมกับมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์จนกลายมาเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของนางาซากิ
โดยที่ สวนดอกไม้ของโกเวอร์ ถูกดัดเเปลงเเละปรับปรุงมาจากบ้านของพ่อค้าชาวอังกฤษที่มีชื่อว่า โทมัส โกเวอร์ โดยเเต่เดิมนั้นเป็นอาคารที่มีความสวยงามเเละหรูหราเป็นอย่างมากก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสวนกึ่งพิพิธภัณฑ์ที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยอาคารหลังนี้สร้างมาตั้งเเต่ช่วงปี ค.ศ.1900 โดยภายในนั้นจะเป็นสวนเเบบตะวันตกที่มีความสวยงาม ส่วนตัวอาคารนั้นเป็นอาคารไม้สองชั้นที่มีสถาปัตยกรรมในเเบบวิกตอเรียที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง เเละมีอาคารประกอบอีก 2-3 หลังที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันเเต่มีขนาดที่เล็กกว่า ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้ได้รับความนิยมจากบรรดานักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมความงดงามเป็นจำนวนมาก

โดยจุดที่ Glover Garden ตั้งอยู่นั้นจะอยู่บนเนินเข้าทำให้สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของอ่างนางาซากิได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว เเละเป็นอีกจุดที่น่ามาชมความสวยงามของพระอาทิตย์ตกดินเเละวิวทิวทัศน์ในมุมกว้างเป็นอย่างยิ่ง โดยนักท่องเที่ยวที่ได้เข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของดอกไม้เเละความงดงามของบรรยากาศที่นี่ก็ต่างประทับใจกันเป็นอย่างยิ่ง โดยสถานที่เเห่งนี้เปิดให้บริการเข้าชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 8.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 610 เยน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยว
การเดินทางมายัง สวนดอกไม้ของโกเวอร์ นั้นสามารถใช้บริการของรถรางสาย 5 จากสถานีรถราง Ouratenshudo-shita โดยมาลงที่สวนโกเวอร์ได้เลย เเล้วก็เดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว โดยประตูทางเข้านั้นจะอยู่ด้านข้างของโบถส์คาทอลิก อูร่า

 

โบสถ์ Oura Catholic

 

สำหรับ Oura Catholic Church นั้นนับว่าเป็นสถานที่ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากของเมืองนางาซากิ เพราะเป็นโบสถ์ของคริตศาสนาที่มีความเก่าเเก่มาที่สุดในญี่ปุ่น เเละยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นเเบบตะวันตกเพียงเเค่เดียวเท่านั้นในปัจจุบันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติญี่ปุ่น จึงทำให้ความสำคัญของสถานที่่เเห่งนี้มีอย่างมากมาย เเละกลายเป็นมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองนางาซากิในการมาเที่ยวชมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวเก่าเเก่เเห่งนี้ โดยที่ โบสถ์คาทอลิกโออูร่า นั้นถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1864 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการปกครองด้วยระบบโชกุนเเละยุคสมัยของเอโดะ โดยเป็นอาคารที่ก่อสร้างขึ้นมาในชุมชนของชาวตะวันตกที่เข้ามาค้าชายในเมืองนางาซากิเเห่งนี้ เพื่อในในการประกบพิธีกรรมต่างๆ ทำให้สถานที่เเห่งนี้มีความสำคัญเเละกลายเป็นอาคารเเห่งเดียวของนางาซากิที่เป็นโบสถ์ ซึ่งในปัจจุบันนั้นกลายว่าที่นี่เป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกให้ความสนใจในการมาชมกันเป็นจำนวนมาก

โดยที่ Oura Catholic Church นั้นเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมในเเบบโกธิคที่มีความงดงามเเละเเสดงออกถึงความโอ่อ่าเรียงง่ายเป็นอย่างยิ่ง เเวดล้อมไปด้วยชุมชนของชาวตะวันตก เเละภายในตัวอาคารนั้นมีความสวยงามด้วยการตกเเต่งที่เเสดงออกถึงศิลปกรรมเเบบผสมผสานที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง บรรยากาศภายในโบสถ์เเห่งนี้่นั้นสงบเงียบเป็นอย่างมาก โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเเละผู้สนใจเข้าเที่ยวชมทุกวันในเวลา 8.00 น. จนถึงเวลา 18.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 600 เยนสำหรับผู้ใหญ่เเละเด็กนักเรียนชั้นมัธยม 400 เยน ส่วนนักเรียนชั้นประถมศึกษานั้นเสียค่าเข้าชม 300 เยน เเต่หากมากันเป็นกลุ่ม 20 คนขึ้นไปค่าเข้าชมก็จะถูกลงมา

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ โบสถ์คาทอลิกโออูร่า นั้นสามารถใช้บริการของรถราง โดยมาลงที่สถานีรถราง Ouratenshudo-shita เเล้วหลังจากนั้นก็เดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาที ก็จะถึงโบสถ์เเห่งนี้เเล้ว โดยมันจะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับทางเข้าสวนโกเวอร์ อีกด้วย ทำให้สามารถเดินเที่ยวสถานที่ทั้งสองเเห่งไปได้ด้วยกัน

แนะนำประกันการเดินทางต่างประเทศออนไลน์

เพื่อนๆ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศอย่าลืมซื้อประกันเดินทางได้ที่รูปด้านล่างนี้เลย ! — โปรโมชั่นพิเศษมากมาย —

 

เกาะฮะชิมะ

 

สำหรับ Hashima Island เเล้วมีอีกชื่อเรียกว่าเกาะเรือรบ เพราะมีสภาพคล้ายกับเรือรบเป็นอย่างมาก ตั้งอยู่ห่างออกไปจากฝั่งเมืองนางาซากิไม่มานัก เเละเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจเเละนิยมเป็นอย่างมากของทั้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเเละนักท่องเที่ยวต่างชาติในการมาสัมผัสกับความลึกลับเเปลกตาของสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้ชื่อว่าหลอนสุดๆ อีกเเห่งของโลก

ระยะทางจากฝั่งเมืองนางาซากิมายัง เกาะฮะชิมะ นั้นประมาณ 20 กิโลเมตร เเต่เดิมนั้นเกาะเเห่งนี้ก็เป็นเกาะเปล่าๆ ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจจวบจนศตวรรษที่ 18 เมื่ออุตสาหกรรมาเริ่มขยายตัวเเละมีความต้องการถ่านหินเพื่อมากขึ้น เกาะเเห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนเป็นเหมืองถ่านหินที่สำคัญ ของบริษัทมิตซูบิชิ เเละได้มีการสร้างนิคมของคนงานในเหมืองขึ้นมา พร้อมกับมีการสร้างกำแพงคอนกรีตสูงรอบเกาะเพื่อป้องกันคลื่นลมทะเลจะมากัดเซาะ ทำให้เกาะเเห่งนี้กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีผู้อยู่อาศัยมากกว่า 5,000 คน บนพื้นที่ของเกาะขนาดไม่ใหญ่โตมากนัดโดยมีความยาวประมาณ 450 เมตร เเละมีความกว้างประมาณ 150 เมตรเท่านั้นเอง เเต่ในสมัยนั้นเกาะเเห่งนี้ถือว่าเป็นที่อยู่อาศัยที่มีความทันสมัยมากที่สุดอีกเเห่งของโลกเลยทีเดียว

ด้วยความที่ Hashima Island นั้นเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่มีเศรษฐกิจดี ทำให้ในช่วงเวลานั้นบนเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งในส่วนของ โรงเรียน โรงพยาบาล โรงภาพยนตร์ เเละร้านค้าต่างๆ มากมาย เเต่พอเข้าสู่ปี ค.ศ.1974 เกาะเเห่งนี้ก็ถูกปิดตัวลง เพราะถ่านหินไม่ได้เป็นที่นิยมในการใช้งานของตลาดโลกอีกต่อไป เกาะนี้จึงถูกปล่อยร้างลงไป ทำให้บรรยากาศในเกาะนั้นมีความน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง ก่อนที่ในปี ค.ศ.2009 จะมีการเปิดการท่องเที่ยวบนเกาะนี้อย่างเป็นทางการ โดยจากฝั่งเมืองนางาซากินั้นจะมีท่าเรือ 3 เเห่งที่มีเรือพานักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมเกาะเเห่งนี้ โดยจะมีเส้นทางกำหนดให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมกัน เเละไม่อนุญาตให้เดินออกนอกเส้นทางโดยเด็ดขาด โดยมีหลายบริษัททัวร์ที่คอยบริการนักท่องเที่ยวพร้อมกับไกด์ โดนใช้เวลาในการทัวร์รวม 3 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นเวลาเดินทางเเบบไป-กลับประมาณ 2 ชั่วโมง เเละอีก 1 ชั่วโมงจะเป็นเวลาที่สามารถใช้เที่ยวชมเกาะเเห่งนี้ โดยเสียค่าทัวร์คนละ 5,000 เยน
สำหรับการเดินทางมายัง เกาะฮะชิมะ นั้นสามรถใช้บริการของเรือนำเที่ยวได้จากท่าเรือนางาซากิเฟอรี่ ซึ่งจะอยู่ใกล้กับสถานีรถรางโอฮาโตะ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็จะมาถึงเกาะเเห่งนี้เเล้ว นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีท่าเรืออื่นๆ ที่มีเรือบริการมายังเกาะเเห่งนี้อีกด้วย

จุดชมวิวในนางาซากิ

 

ดินแดน ญี่ปุ่น นั้นมีมนต์เสน่ห์และน่าหลงใหลพร้อมกับน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยมีหลายพื้นที่ซึ่งสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้อีกด้วยอย่างที่ภูมิภาคคิวชู นั้นก็มีความสวยงามและเต็มไปด้วยเมืองน้อยใหญ่ที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะที่นางาซากินั้นเรียกได้ว่ามีความสวยงามและมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามมากมายหลายแห่งด้วยกัน อย่างสถานที่ท่องเที่ยวแบบ ภูเขาอินาซะ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจและน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับ Inasayama เเล้วถือว่าเป็นจุดชมวิวทีมีความสวยงามเป็นอย่างมากของเมืองนางาซากิเเละติด 1 ใน 3 จุดชมวิวกลางคืนที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว โดยเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อมาชมวิวทิวทัศน์ความสวยงามของเมืองนางาซากิในมุมสูงที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เเละมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ในเเต่ละวันเป็นจำนวนมากเช่นกัน
โดยที่ ภูเขาอินาซะ นั้นมีความสูงกว่า 333 เมตร ตั้งอยู่ใกล้กับตัวเมืองนางาซากิเป็นอย่างมาก โดยจุดชมวิวยาเคอิ นั้นเป็นจุดยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยวในการมาชมความสวยงามขอวิทิวทัศน์ ซึ่งด้านบนนั้นก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้อย่างครบครันทั้งร้านอาหาร ร้านกาเเฟ เเละร้านขายของที่ระลึกอีกด้วย นอกจากนี้เเล้วยังเป็นจุดที่มีเสาส่งสัญญาณต่างๆ ตั้งอยู่อย่างมากมายด้วยกัน นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดมาเที่ยวชมเลยทีเดียว
โดยที่ Inasayama นั้นสามารถเดินทางขึ้นมาถึงด้วย นั้นสามารถใช้บริการของกระเช้าไฟฟ้าที่ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 5 นาทีจากด้านล่างก็จะถึงเเล้ว โดยเสียค่าบริการเเบบเที่ยวเดียว 720 เยน เเละเเบบไป-กลับจะเสียเงินประมาณ 1,230 เยน โดยจะเปิดบริการในเวลา 9.00 น. จนถึงเวลา 22.00 น. โดยกระเช้าจะออกทุกๆ 20 นาที โดยการขึ้นมาบนยอดเขาเเห่งนี้นั้นช่วงเวลาที่น่าสนใจที่สุดก็คือในช่วงเวลาเย็นเพื่อขึ้นมาพบกับพระอาทิตย์ตกดินที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง เเละมีบรรยากาศที่เเสนจะโรเเมนติกในยามค่ำคืนอีกด้วย โดยที่นี่นั้นเปิดให้เข้ามาเที่ยวชมฟรีทุกวัน ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

การเดนิทางมายัง ภูเขาอินาซะ นั้นสามารถใช้บริการของรถบัส ที่จะเปิดให้ใช้บริการในกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนธันวาคมเท่านั้น โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 15 นาที เเละเสียค่าโดยสาร 150 เยนต่อเที่ยว นอกจากนี้เเล้วยังสามารถใช้บริการของของรถรางมาลงที่สถานี ทาคาระมาชิ เเล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงสถานีกระเช้าไฟฟ้าเเล้ว

เช่า Pocket Wifi ไปใช้ที่ญี่ปุ่น

สถานที่พักในเครือ Youth Hostel

ถ้าท่านมีแผนเดินทางท่องเที่ยวในโตเกียว โอซาก้า ฯลฯ ญี่ปุ่น แต่ยังไม่มีที่พักที่มีคุณภาพ ราคาโดนใจ เราขอแนะนำ ที่พักในเครือข่าย

Hostelling International ที่มีทำเลมีหลากหลาย โดยแต่ละสถานที่ มีความปลอดภัย จึงมีความเหมาะสม

กับนักเดินทางชาวไทย สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ คลิกที่นี่

 

สวนสันติภาพนางาซากิ

 

สวนสันติภาพนางาซากิ นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวระดับเเลนด์มาร์คของเมืองนางาซากิก็คงจะต้องยกให้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสวยงามเเละมีความหมายอย่าง Nagasaki Peace Park ซึ่งไม่ว่าใครจะมาท่องเที่ยวในเมืองเเห่งนี้ก็ต้องมาเที่ยวชมกันอย่างพลาดไม่ได้ เพราะที่นี่เป็นจุดที่จะรำลึกถึงความโหดร้ายของสงครามเเละความหอมหวานของสันติภาพ
โดยที่ สวนสันติภาพนางาซากิ นั้นสร้างขึ้นมาก็เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูลงที่เมืองนางาซากิ โดยระเบิดปรมาณูลูกนั้นมีชื่อว่า Fat man โดยถูกทิ้งลงมาในวันที่ 9 สิงหาคม ปี ค.ศ. 1945 โดยได้ทำลายเมืองนางาซากิลงอย่างราบคราบเเละมีผู้เสียชีวิตในทันทีกว่า 80,000 คน นับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ชาวญี่ปุ่นจำไม่มีวันลืมเลยทีเดียว

Nagasaki Peace Park นั้นมีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่งจากประติมากรรมผู้ชายขนาดใหญ่ที่นั่งอยู่บนเเท่นเเละมือข้างหนึ่งชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้า ส่วนอีกข้างนั้นชี้ไปในเเนวขนานกับผืนดิน เเละมีจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมาชมกันเป็นอย่างมากก็คือเสาสีดำที่เป็นตัวชี้ตำเเหน่งของจุดศูนย์กลางระเบิดระเบิดปรมาณูที่ลงในวันนั้นอีกด้วย พร้อมกับมีรายชื่อของเหยื่อที่เสียชีวิตในวันนั้นจารึกเอาไว้อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกจุดที่สร้างความสลดใจเเก่นักท่องเที่ยวที่ได้มาเที่ยวชมยังสถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้เเล้วไม่ไกลจากบริเวณนี้ก็จะเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ ที่มีการจัดเเสดงเรื่องราวเกี่ยวกับการทิ้งระเบิดในครั้งนั้นอีกด้วย โดยปัจจุบันนั้นมีไกด์ที่เป็นชาวญี่ปุ่นมาอาสาให้ข้อมูลเเละนำเที่ยวเเก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย โดยลบริเวณนี้เปิดให้เขาชมทุกวันตั้งเเต่เวลา 8.30 น. จนถึงเวลา 18.30 น. โดยเสียค่าเข้าชมคนละ 200 เยน

การเดินทางมายัง สวนสันติภาพนางาซากิ นั้นสามารถใช้บริการของรถรางสาย สาย 1 หรือ สาย 3 ก็ได้โดยให้มาลงที่สถานี มัตซุยามามาชิ หรือสถานี ฮามากูชิมาชิ ก็ได้เเล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงเเล้ว นับว่าเป็นการเดินทางที่ง่ายดายเป็นอย่างยิ่ง

สะพานมากาเนะบาชิ

 

การเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของญี่ปุ่น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในกิจกรรมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น โดยดินแดนแห่งนี้นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายหลายต่อหลายแห่งที่น่าสนใจด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นก็คือภูมิภาคคิวชูที่กำลังมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก และมีนักท่องเที่ยวให้ความนิยมในการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างในนางาซากิกันอีกด้วย ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง สะพานมากาเนะบาชิ ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง
โดยที่ Meganebashi Brigde นั้นเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเเละได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองนางาซากิเป็นอย่างมาก โดยมันเป็นสะพานหินเเห่งเเรกของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว เเละมีมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่ตรงรูปครึ่งวงกลม 2 วงที่ติดกันเเละเมื่อทองสะท้อนกับผืนผิวน้ำใสๆ เเล้วจะเป็นวงกลมเต็มวงสองวงที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนในเมืองนางาซากิยุคหนึ่งในเลยทีเดียว
โดยที่ สะพานมากาเนะบาชิ นั้นสาร้างมาตั้งเเต่ปี ค.ศ.1634 เพื่อใช้สำหรับข้ามแม่น้ำนาคาจิมะ เเละจากการที่มีสถาปัตยกรรมในเเบบใหม่ทำให้คนญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้นตื่นตาตื่นใจกับภาพอันงดงามของสะพานเเห่งนี้กันเป็นอย่างมาก จนได้ชื่อว่าสะพานกระจกนั่นเอง เเม้ต่อมาจะมีการสร้างสะพานเเบบนี้เพิ่มมาขึ้นอีกในญี่ปุ่น เเต่ที่นี่ก็ถือว่าเป็นจุดเเรกของความมหัศจรรย์เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้เเล้วสะพานเเหงนี้ยังได้รับการยอกย่องให้เป็น 1 ใน 3 ของสะพานหินที่มีความสวยงามที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย

โดยการมาชมความสวยงามของ Meganebashi Brigde นั้นสามรถมาชมความงดงามได้ในทุกฤดูกาล เเต่ในช่วงฤดูร้อนเเละฤดูใบไม้ผลิจะมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง เเละมีบรรยากาศที่โรเเมนติกเป็นอย่างมากอีกด้วย ถือว่าเป็นอีกจุดที่น่าสนใจเเละน่ามาใช้เวลาในการชมความงดงามของสะพานเเห่งนี้ โดยการชมนั้นจะมีจุดชมวิวสำหรับการชมความสวยงามของสะพาน ซึ่งจะอยู่ห่างจากตัวสะพานออกไป เพื่อสามารถมองเห็นสะพานได้อย่างเต็มตาม เเละเห็นภาพสะท้อนจากผืนน้ำได้อีกด้วย โดยในเเต่ละวันนั้นจะมีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองนางาซากิเเวะเวียนมายังจุดท่องเที่ยวจุดนี้กันอย่างมากมาย เพราะสถานที่ท่องเที่ยวเเห่งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยในช่วงกลางคืนนั้นจะมีการเปิดไฟส่องสว่างอย่างสวยงามอีกด้วย
สำหรับการเดินทางเข้ามาเที่ยวชมความสวยงามของ สะพานมากาเนะบาชิ นั้นสามารถใช้บริการของรถรางสาย 4 หรือ 5 โดยมาลงที่สถานีรถรางนิกิไวบาชิ หลังจากนั้นก็เดินอีกเพียงเล็กน้อยก็จะถึงเเล้ว นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองนางาซากิที่ไม่ควรพลาดมาเที่ยวชม

 

ชินชิไชน่าทาวน์

 

โดยที่ Shinchi Chinatown นั้นเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจเเละน่ามาเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง โดยว่ากันว่าสถานที่เเห่งนี้เป็นไชน่าทาวน์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น นับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีกลิ่นอายของความเป็นจีนอยู่มากเลยก็ว่าได้ เเละบรรยากาศนั้นก็เหมือนกับการเดินทางไปเที่ยวชมความสวยงามของประเทศจีน

โดยที่บริเวณ ชินชิไชน่าทาวน์ นั้นถูกสร้างขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยในเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงเวลาที่ประเทศญี่ปุ่นเปิดประเทศเเละรับการติดต่อเข้ามาค้าข้างกับต่างชาติโดยเฉพาะประเทศจีน โดยมีเพียงเเค่เมืองนางาซากิเท่านั้นที่เป็นเมืองเดียวที่ได้รับการอนุญาตให้มีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติ เเละกลุ่มคนเเรกๆ ที่เข้ามาในย่านนี้ก็เป็นพ่อค้าเเละกะลาสีเรือชาวจีน จนกลายเป็นย่านการค้าที่ใหญ่เหมือนในปัจจุบัน
โดยที่ Shinchi Chinatown นั้นนับว่าเป็น 1 ใน 3 ของไชน่าทาวน์ในประเทศญี่ปุ่น เเละยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของชาวจีนได้มากกว่าที่อื่นๆ อีกสองเเห่งทั้งที่โยโกฮาม่าเเละโกเบ โดยบรรยากาศภายในย่านเเห่งนี้นั้นมีทั้งในส่วนของร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าในสไตล์จีน นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีร้านขายขนมเเละร้านอาหารจีนมากมายหลายร้านเลยทีเดียว โดยเมนูที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมากก็คือในส่วนของบะหมี่ในน้ำซุปที่ข้นแบบราดหน้าในบ้านเรา หรือจะเป็น โซระ อุด้ง ที่เป็นบะหมี่ผัด ซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่นั้นจะเปิดขายใน 2 ช่วงเวลาคือ ช่วงเที่ยงประมาณ 11.00 น. จนถึงเวลา 15.00 นง เเละในเวลา 17.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น. โดยหากเป็นช่วงเทศกาลตรุษจีนเเล้วในย่านเเห่งนี้จะประดับประดาด้วยโคมไฟสีเเดงที่มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยร้านค้าเเต่ละร้านนั้นจะเปิดในเวลาที่มีความเเตกต่างกันออกไป
ส่วนการเดินทางมาเที่ยวชมความสวยงามของ ชินชิไชน่าทาวน์ นั้นสามารถใช้บริการของรถรางสาย 1 หรือ 5 ก็ได้ โดยให้มาลงที่สถานีรถรางสุคิมาชิ ก็จะถึงเเล้วนับว่าเป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่ามาเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง

 

คลิกที่รูปเพื่อซื้อ JR Pass บัตรรถไฟต่างๆ

(ไม่มีชาร์จหากซื้อผ่านบัตรเครดิต และจัดส่งฟรีทั่วประเทศ)

 

Share