การเคลมประกันการเดินทาง

Share

การเคลมประกันการเดินทาง

ในทุกการเดินทางมักเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้งความสุข สนุกสนานและประทับใจ แต่ก็มีบางครั้งที่การเดินทางเต็มไปด้วยปัญหาอุปสรรค หรือเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น และสิ่งเหล่านี้เราสามารถซื้อประกันการเดินทางเพื่อช่วยดูแลปัญหาที่เกิดขึ้นได้ บรรเทาปัญหาจากมากไปสู่น้อย และชดเชยสิ่งต่างๆ สิ่งที่จะเล่าต่อจากนี้ เป็นประสบการณ์จริง บอกเล่าโดยตรงจากนักเดินทาง มาติดตามดูกันว่าเมื่อเกิดเหตุต่างๆ ขึ้น เพื่อนๆ ควรทำอย่างไร รวมถึงขั้นตอนการยื่นเคลมประกันเดินทางต่างๆ

ต้นเรื่องของปัญหาการเคลม

ในวันสุดท้ายช่วงบ่ายระหว่างที่กำลังเดินทางจากการท่องเที่ยวเพื่อกลับมายังที่พักเพื่อมาเอากระเป๋าเดินทางที่ฝากไว้ที่โรงแรม ผมเปรยกับผู้ร่วมทริปในเชิงหยอกล้อว่าอย่างที่เคย “เป็นไงบ้างทริปนี้สนุกไหม ไม่มีปัญหาแถมได้เที่ยวครบอีกต่างหากเนอะ” แต่หารู้ไม่ว่าอีก 4 ชั่วโมงหลังจะมีเหตุการณ์พลิกผันที่แทบเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางในครั้งนี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ

อย่าลืมทำประกันเดินทางต่างประเทศ เผื่อกรณีเที่ยวบินดีเลย์ ยกลิก

บริษัท Allianz Global Assistance – แนะนำแบบ Leisure

บริษัท MSIG – แนะนำแบบ Easy 3

ทำประกันการเดินทาง

หากท่านวางแผนเที่ยวประเทศต่างๆ สามารถกดเลือกซื้อประกันเดินทางได้ที่รูปด้านล่างนี้เลย !

 

การแก้ไขปัญหาสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน

รถแท๊กซี่มารับเราตามเวลาบ่ายสามโมง และเพียงแค่ 30 นาทีก็เดินทางมาถึงสนามบิน เพราะการจราจรในเมืองนอกนั้น สะดวกสบาย ไม่มีปัญหารถติดเหมือนบ้านเรา  วันนี้ผมจะบินด้วยเที่ยวบิน 18.40 น.เพื่อเดินทางไปเปลี่ยนเครื่องที่เมืองใหญ่แห่งหนึ่งในยุโรป ที่นั่นจะมีเครื่องบินลำใหญ่พาเราบินตรงสู่สนามบินสุวรรณภูมิ   กระบวนการเช็คอินสะดวกสบายง่าย ไม่มีปัญหา

เวลา 17.30 น. ผมเริ่มสังเกตเห็นที่หน้าจอมอนิเตอร์ด้านหลังเที่ยวบินของผม เมื่อไปอ่านดูใกล้ๆ เขียนว่าเวลาใหม่ 19.00 น.  ผมบอกกับตัวเองว่า ออกล่าช้าไป 20 นาทีไม่มีปัญหา เราไปต่อเครื่องทันเวลาอยู่แล้ว เพราะมีเวลาตั้ง 4 ชั่วโมง เมื่อคิดได้ดังนั้นก็ไปนั่งคอยที่หน้าเกต A4 ระหว่างนั้นผมเริ่มเห็นความผิดปกติเกิดขึ้น เมื่อเคาน์เตอร์สายการบินเริ่มประกาศเรียกชื่อหลายๆ คนเข้าไป บางคนได้ย้ายไปขึ้นเครื่องที่สายการบินข้างๆ บางคนได้ย้ายไปขึ้นสายการบินอื่น ผมเริ่มรู้สึกเอะใจว่า เอ ทำไมสายแค่ 20 นาที ถึงต้องมีการย้ายไปขึ้นสายการบินอื่นแทน สายแค่นี้ก็ไปต่อเครื่องไม่ทันแล้วหรือ สักพัก คนเริ่มเดินไปที่เคาน์เตอร์มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับจอมอนิเตอร์ที่ดับลง ผมรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ รีบบอกให้เพื่อนเปิด google และใส่ชื่อเที่ยวบินทันที (เพื่อนๆ สามารถกด google แล้วใส่เที่ยวบินไป google จะบอกสถานะเที่ยวบินนั้นได้ละเอียดมาก ว่าออกเดินทางเมื่อไร มีล่าช้าหรือไม่) และแล้วสิ่งที่ผมได้ยินจากปากเพื่อนร่วมทริปแทบทำให้ผมเข่าทรุดในทันที

จองเลยที่นี่ ยืนยันห้องพักทันที

เหมือนเดิม คือ นอนต่อ เพิ่มเติม คือ ปัญหาวีซ่า

” พี่ๆ Google มันบอกว่าเที่ยวบิน cancelled ” เพื่อนร่วมทริปบอกผลจากการค้นหาข้อมูล จริงๆ ผมจากกูเกิ้ลของสายการบินเท่าที่ผมเคยเช็คดูเชื่อได้เกือบ 100 % แต่เพื่อไม่ประมาท ผมจะเข้าไปสอบถามที่เคาน์เตอร์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ก่อนที่จะเดินเข้าไปหามีคนจำนวนมากถาโถมไปที่เคาน์เตอร์สายการบินจำนวนมาก เห็นดังนี้ เชื่อได้เลยว่ากูเกิ้ลถูกต้อง  ไม่เกิน 1 นาที สายการบินประกาศเป็นภาษาท้องถิ่น ซึ่งขณะกำลังประกาศอยู่ก็มีเสียงโห่ร้อง สักพักจึงประกาศเป็นภาษาอังกฤษทำให้ทราบว่าเที่ยวบลินผมถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ แต่มิได้บอกสาเหตุว่าเกิดจากอะไร

ผมเริ่มคิดในใจระคนอารมณ์ผิดหวัง ตื่นเต้น อย่างบอกไม่ถูก ไอ้เรื่องการยกเลิกผมไม่มีปัญหา เพราะจบทริปแล้ว เรื่องอื่นๆที่เมืองไทยค่อยบอกได้ ทุกคนคงเข้าใจ ยังนึกอุ่นใจที่ผมทำ ประกันการเดินทางมา ซึ่งอาจช่วยเหลือชดเชยได้ แต่ที่ผมกังวลที่สุด คือ วีซ่า  ใช่ ครับ วีซ่าเชงเก้น หลายๆ คนที่เคยขอวีซ่าเชงเก้นคงรู้ว่าสถานทูตของยุโรปมักให้จำนวนวันพอดีกับการเดินทาง ไม่เผื่อเหลือเผื่อขาดในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเช่นที่ผมเจอ ผมได้แต่คิดว่าต้องทำยังไงให้เขาหาเที่ยวบินให้ผมออกจากเขตเชงเก้นภายในคืนนี้ให้ได้ ผมเริ่มมองนาฬิกา “นี่เราเหลือแค่ ไม่ถึง 5 ชั่วโมง แล้วจะทันหรือ”

ที่เคาน์เตอร์สายการบินยังคงเจอปัญหาผู้โดยสารจำนวนมาก แต่เราจับใจความได้ว่า ใครที่โหลดกระเป๋าลงใต้ท้องเครื่องต้องลงไปที่ข้างล่าง แล้วรอรับกระเป๋าคืน แล้วเดินออกไปที่เคาน์เตอร์ฝั่งตรงกันข้ามกับที่เราเช็คอิน เพื่อหาตั๋วเครื่องบินใหม่  กลุ่มของเรารีบรุดหน้าลงไปข้างล่าง หลังจากรออยู่สักพักก็ยังไม่ได้กระเป๋าคืนมา จึงตัดสินใจว่าจะแยกกันโดยที่ผมออกไปก่อนเพื่อหาตั๋วใหม่ แล้วอีกทีมคอยรับกระเป๋าก่อนแล้วจึงตามมา

ผมออกไปข้างนอกและย้อนขึ้นไปฝั่งตรงกันข้ามกับที่เช็คอินเห็นคนจำนวนมาก รอแถวอยู่ อีกฝั่งตรงกันข้ามก็มีแถวยาวอยู่เหมือนกัน ทุกคนล้วนดูวุ่นวาย เพราะได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินนี้ บางคนบ่นว่ามีประชุมพรุ่งนี้ บางคนต้องไปต่อเครื่องอีก หรือบางคนจะต้องไปเริ่มต้นทริปใหม่พรุ่งนี้ ทุกคนต่างต้องการบริการที่เร็วที่สุด แต่กระบวนการในการหาที่นั่งสายการบินอื่นๆ นั้นไม่ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราอยู่ในสนามบินรองที่ไม้ได้เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

ผมพยายามบอกเจ้าหน้าที่ว่าเหตุฉุกเฉินของผม คือ วีซ่ามีอายุแค่วันนี้เท่านั้น ถ้าเลยออกเป็นพรุ่งนี้ผมจะอยู่อย่างผิดกฎหมายและมีปัญหาตอนออก เจ้าหน้าที่พยายามบอกผมว่า เจ้าหน้าที่ตม. ต้องเข้าใจ เพราะมันเป็นเหตุฉุกเฉิน ไม่ใช่ความผิดของผม  ผมเคยมายุโรปหลายครั้งผมรู้ดีว่ากฎเกณฑ์ของตม. มักต่างจากหลักคิดของคนทั่วไป แต่จะทำยังไงได้ เพราะผมต้องรอการหาเที่ยวบินทดแทนก่อน ผมพยายามให้เขาช่วยหาเที่ยวบินที่เร็วที่สุดให้กลุ่มผมไป เจ้าหน้าที่ค้นหาและตอบกลับว่า “เสียใจด้วยสำหรับเที่ยวบินวันนี้ คงไม่มีเส้นทางที่ไปได้ทั้งหมด 3 ท่านถึงกรุงเทพฯ ยังไงลองติดต่อเคาน์เตอร์ฝั่งตรงข้ามเพื่อจองเที่ยวบินพรุ่งนี้ และที่พัก”

ผมจึงย้ายมาเข้าคิวที่แถวจองเที่ยวบินวันพรุ่งนี้ ในที่สุดก็ถึงคิวผมและขณะนี้เวลาเกือบ 2 ทุ่มแล้ว (จริงๆ ก่อนหน้านี้เหมือนจะด้วยความเกรงใจ เลยทำให้เจ้าหน้าที่เพิกเฉย และย้ายไปให้บริการคนอื่นก่อน หลังจากนี้ไปผมบอกกับตัวเองว่าคงต้องรักษาสิทธิ์และเกรงใจไม่ได้ เพราะทุกคนต่างต้องเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้) เจ้าหน้าที่พยายามหาทุกช่องทางที่เป็นไปได้ ผมได้ยินคำว่าแอร์ไชน่า แต่ก็ด้วยเวลาที่เค่รื่องจะออกใน 40 นาที จึงไม่สามารถจะย้ายไปได้ทัน ในที่สุดเจ้าหน้าที่จึงแจ้งกับผมว่า “เราต้องขอให้คุณรอก่อน เพราะต้องไปทำเรื่องเกี่ยวกับวีซ่าของคุณ แล้วเราจึงสามารถหาเที่ยวบินใหม่ให้คุณได้” ผมจึงต้องกลับมานั่งรอพร้อมกับเพื่อนๆ ในทริป   ไม่นานจากนีั้นเจ้าหน้าที่ออกมาพร้อมกับกำหนดการเดินทางใหม่ในวันพรุ่งนี้ที่ transfer เราไปสายการบินอื่นๆ แต่ยังกำชับเราให้รอเอกสารเกี่ยวกับวีซ่าจากสายการบินก่อน

บุฟเฟต์โรงแรม

เวลาสามทุ่มกว่าแล้ว และเรายังไม่ได้ออกจากสนามบินไปไหนเลย  เจ้าหน้าที่คนเดิมเดินมาพร้อมเอกสารสายการบินที่แจ้งว่า “เที่ยวบินนี้ยกเลิก ไม่สามารถออกได้” และกำชับให้เรายื่นเอกสารนี้กับตม. ไม่น่าจะมีปัญหา  ผมมองไปที่เอกสารและบอกว่าเอกสารตัวนี้มันแค่เป็นเอกสารแจ้งธรรมดา เดี๋ยวผมจะไปมีปัญหากับตม. นะ แต่เจ้าหน้าที่คนเดิมยังยืนยันว่า เอกสารตัวนี้เท่านั้นที่เราทำให้ได้  ผมเองก็คงไม่สามารถจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้  สักพักเจ้าหน้าที่จึงเรียกแท๊กซี่ไปส่งเราที่โรงแรมในเมือง แถมยังกำชับมาว่า “พรุ่งนี้อย่าลืมเผื่อเวลา 2 ชั่วโมง กลับมาเช็คอินที่สนามบินนะค่ะ”  ผมจำได้แน่นอนครับ และหวังว่าจะไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินซ้ำสองนะครับ   ตกลงคืนนี้ผมกลับไปนอนที่โรงแรมใจกลางเมือง อยู่ถัดไปจากโรงแรมเดิมที่เคยนอน 1 สี่แยก  แต่ยังดีที่สายการบินให้ดินเนอร์ที่โรงแรมด้วยเป็นบุฟเฟต์ กลุ่มของผมจึงอิ่มท้องไปอีกคืน

เดินทางอีกครั้ง พร้อมการแก้ปัญหาระหว่างทาง

วันนี้เราตื่นกันแต่เช้า และเดินทางโดยแท๊กซี่ไปที่สนามบิน กระบวนการเช็คอินราบรื่นกว่าที่คิด วันนี้เราจะเดินทางไปเปลี่ยนเครื่องทีประเทศเชงเก้นกัน มีเวลาเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมง ผมว่ายังไงก็ทัน แต่ที่กังวล คือ ที่ด่านตม. ขาออกที่ตรงนั้นอาจจะมีปัญหาก็ได้   ในที่สุดเมื่อเราเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทาง ผมรีบเร่งเดินไปที่ด่านตม. เพื่อที่จะได้ทำการออกจากเขตเชงเก้นและเดินทางไปขึ้นเครื่องได้ทัน

จริงดังคาด เจ้าหน้าที่สอบถามว่าทำไมอยู่เกินระยะเวลาเขตเชงเก้น 1 วัน ผมพยายามอธิบายว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เที่ยวบินของผมถูกยกเลิก เจ้าหน้าที่กลับตอบว่าอะไรรู้ไหมครับ ถึงแม้เป็นเหตุสุดวิสัย คุณก็ต้องออกจากเขตเชงเก้นให้ทัน การอยู่เกินถือเป็นโทษร้ายแรงเทียบเท่าอาชญากรรมเลยสำหรับประเทศนี้ คุณจะต้องถูกปรับด้วย เอาละสิ แล้วผมจะทำยังไงละ ในเมื่อเมื่อวานไม่มีเที่ยวบินออก หาเปลี่ยนเครื่องไม่ได้ จะให้นั่งรถบัส หรือรถไฟ ยังไงก็ไม่ทันเวลาเที่ยงคืนแน่นอน  เจ้าหน้าที่ตม. จึงนำกลุ่มเราทั้งหมดไปที่สำนักงานตม. ในสนามบิน และยื่นเรื่องไปที่หัวหน้า หัวหน้าก็พูดมาเหมือนเดิมว่าเราไม่ควรอยู่เกิน เป็นความผิดร้ายแรงทางอาญา ผมก็พยายามอธิบายอย่างดีว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และยื่นหลักฐานจากสายการบินไป เจ้าหน้าที่แจ้งกลับมาว่า เอกสารจากสายการบินมันก็แค่แจ้งแต่ใช้อะไรไม่ได้ คุณควรที่จะต้องไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจว่าจะต้องอยู่เกิน โห แล้วใครจะไปทราบ แล้วถ้าผมไปรายงานตัวแล้วเขาไม่ให้ผมบินละ แต่ถูกคุมตัวในตารางละ ณ ขณะนั้นความคิดผมสับสนไปหมดว่าจะทำยังไงดี เจ้าหน้าที่ขอหนังสือเดินทาง และเอกสารการเดินทางทั้งหมด และถามว่าเที่ยวบินผมออกกี่โมง “บ่ายสองสี่สิบห้าครับ ” อ้อ งั้นยังมีเวลา เป็นการตอบกลับของเจ้าหน้าที่ที่ทำให่้ผมสบายใจมากยิ่งขึ้น บทสรุปจากที่เจ้าหน้าที่พิจารณาว่ากรณีของคุณเป็นกรณีที่ไม่ร้ายแรง แต่ทางเราก็ไม่สามารถปล่อยผ่านได้

ต้องทำเป็นหลักฐานส่งให้ศาลพิจารณา งั้นรอทำเรื่องสักพักก่อน ณ ตอนนั้นผมก็ได้แต่ว่าไงก็ว่าตามครับ 20 นาทีผ่านไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่นำเอกสาร copy case ของผมที่ยื่นศาลไป มาให้ และบอกว่า “แล้วจะมีเอกสารส่งตอบกลับแจ้งมา และคุณสามารถเดินทางไปขึ้นเครื่องคุณได้แล้ว”  ในที่สุดผมก็จะได้กลับบ้่านสักที กับ 16 ชั่วโมงที่ล่าช้าไป ผมจะไปเรียกร้องกับบริษัทประกันการเดินทางเมื่อมาถึงเมืองไทย ลองดูว่าจะได้ไหม

ตั้งต้นเตรียมเอกสารเคลมประกันการเดินทาง

เมื่อกลับมาเมืองไทย ผมก็มาศึกษาคู่มือประกัน และคิดว่าเคสของผมน่าจะเข้าข่ายได้รับการชดเชย จึงโทรไปติดต่อบริษัทประกันภัยการเดินทาง เจ้าหน้าที่ก็จัดส่งแบบฟอร์มการเคลมประกันมาให้ทางอีเมล์ พร้อมทั้งต้องส่งเอกสารเหล่านี้ไปด้วย

  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • สำเนาหน้าวีซ่าที่มีการประทับเข้าออก ประเทศนั้น
  • สำเนา Boarding Pass หรือตั๋วเครื่องบิน
  • หนังสือยืนยันจากสายการบินถึงการยกเลิกเที่ยว / เที่ยวบินล่าช้าพร้อมเหตุผล
  • สำเนาสมุดบัญชีหากต้องการให้โอนเข้าบัญชี ไม่ต้องการรับเป็นเช็ค

ผมรวบรวมเอกสารเพียงแค่ 2 วัน ก็เรียบร้อยแล้วจึงจัดส่งไปที่เจ้าหน้าที่ ผมคิดในใจว่า คงไม่นานเกิน 15 วันก็คงได้รับพิจารณา

น่าตกตะลึงกับสิ่งที่ไม่คาดฝันกับประกัน

ผ่านไปเพียง 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จากบริษัทประกันการเดินทางโทรมาแจ้งข่าวร้ายกับผม “สวัสดีครับ ใช่คุณ….. หรือเปล่าครับ ประกันที่คุณยื่นมาไม่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้นะครับ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขจากสาเหตุการยกเลิกเที่ยวบิน ” ผมได้แต่ตกใจ แต่ก็ทำใจไว้ระดับหนึ่งว่า ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่ก็ควรรู้ว่าสาเหตุที่ไม่ได้เป็นเพราะอะไร ผมกลับมาพิจารณาเอกสารรับรองจากสายการบิน และเห็นว่าสาเหตุที่เที่ยวบินยกเลิกมาจาก Operational reasons ผมรีบหาข้อมูลจากเนตและสอบถามจากผู้รู้หลายๆ ท่าน ทำให้ได้ความจริงว่าสาเหตุนี้ บริษัทประกันมักจะไม่จ่าย เพราะเป็นเหตุยกเว้นที่เกิดขึ้นเพราะความผิดสายการบิน เช่น เครื่องไม่พอ พนักงานบริการจำนวนชั่วโมงเกิน หรืออื่นๆ ใด ซึ่งมันสามารถหลีกเลี่ยงได้ ถ้าสายการบินเตรียมพร้อมมาก่อน เอาละ ถือว่าผมโชคไม่ดีแล้วกันที่ เที่ยวบินยกเลิกด้วยสาเหตุนี้ และเคลมประกันการเดินทางไม่ได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไข ผมเองก็คิดว่าจะไปดำเนินการสอบถามให้แน่นอนอีกทีจากสายการบินว่า operational reasons นั้นคืออะไร เพราะอย่างน้อยผู้โดยสารได้รับผลกระทบ และสายการบินควรมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ ไม่ใช่จะมาทิ้งขว้างผู้โดยสารง่ายๆ

ส่วนในเรื่องบริษัทประกันการเดินทาง ผมก็มองว่าบริษัทก็คงไม่ผิด เพราะเงื่อนไขกำหนดมาอย่างนั้น เราก็รับทราบมาแล้ว แต่สิ่งที่ผมต้องบ่น คือ ในกรณีที่เคลมไม่ได้บริษัทประกันควรมีวิธีการตอบสนองที่ให้เหตุผลมากกว่านี้ถึงตรรกะการที่ไม่จ่าย ไม่ใช่ให้ลูกค้ารับฟัง และต้องไปหาข้อมูลเอง อย่างน้อยก็ควรจะส่งเป็นอีเมล์แจ้งให้ทราบอีกทีอย่างเป็นทางการ เพราะถ้าคุณไม่ลองมาเป็นคนที่เคลมดูคงไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไง กับการเตรียมเอกสารกับความคาดหวัง ผมเข้าใจว่าบางส่วนมันเป็นเคสพิเศษ ผู้ซื้อคงไม่ทราบในทุกกรณีจนกว่าใครบางคนจะเจอแจ๊กพอตแบบผมกับสาเหตุการยกเลิกที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เป็นใครก็คงรู้สึกเซ็งแน่นอน เพราะเจอล่าช้าไป 16 ชั่วโมง พร้อมกับปัญหาวีซ่า และเคลมประกันไม่ได้ด้วย แต่ผมก็คงไม่ไปเรียกร้องเพิ่มเติมกับบริษัทประกัน เพราะเข้าใจในสิทธิ และถ้าเราได้รับเงินชดเชยมาโดยที่ไม่สมควร ก็คงไม่รู้สึกยินดีด้วยกับเงินดังกล่าว ปัญหาในครั้งนี้ก็สอนอะไรผมได้หลายอย่างเช่นกันว่าอย่างน้อยเราก็โชคดีที่ได้กลับมาบ้านอย่างปลอดภัย

ประกันเดินทางไม่คุ้มครอง

โดยปกติแล้วประกันเดินทางมักไม่คุ้มครองสาเหตุเหล่านี้

  • ความล่าช้าที่เกิดจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด
  • การยกเลิกหรือล่าช้าจากเหตุผลด้านธุรกิจสายการบิน เช่นจำนวนชั่วโมงทำงานพนักงาน การปรับชิดเครื่องบิน
  • ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้เดินทางเอง เช่น รอขึ้นเครื่องบินผิด gate
  • สภาพที่เป็นมาก่อนหรือทราบอยู่แล้ว เช่น เป็นโรคหัวใจ แต่มีอาการกำเริบระหว่างเดินทาง
  • ภาวะสงครามกลางเมือง หรือประเทศที่ประกาศไม่คุ้มครอง

 

คลิกที่รูปเพื่อซื้อ Eurail Pass บัตรรถไฟต่างๆ

(ไม่มีชาร์จหากซื้อผ่านบัตรเครดิต และจัดส่งฟรีทั่วประเทศ)

บทเรียนควรทำหรือไม่ทำประกันการเดินทาง

แม้เรื่องราวที่ผมเล่ามาแล้วว่าประกันการเดินทางไม่จ่ายเงินชดเชยเนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไข หลายคนอาจถามผมว่าเข็ดไหม แล้วจะยังทำประกันเดินทางอีกไหม บางคนบอกว่าประกันรับเงินง่าย เคลมลำบาก

ผมคิดว่าเคสของผมคงเป็นเคสเฉพาะที่เป็นกรณีที่พิเศษ ที่เคลมไม่ได้ก็เพราะไม่เข้าเงื่อนไข ถ้าเป็นการเดินทางครั้งต่อไป ผมก็ยังเชื่อมั่นและซื้อประกันการเดินทางติดตัวไว้อยู่ตลอดทุกการเดินทาง เพราะผมยังเชื่อว่าหากเป็นกรณีอื่นๆ ทั่วไป การมีผู้คอยช่วยเหลือยามเดินทางระหว่างประเทศยามเจ็บป่วย มีปัญหาการเดินทางย่อมดีกว่าที่เราไม่มีอะไรอยู่เลย และมีอีกตั้งหลายเคสที่บริษัทประกันเดินทางมีความจริงใจช่วยเหลือผู้เอาประกันไม่มีการบิดพลิ้ว เพราะถ้าธุรกิจดำเนินการอย่างสมเหตุสมผล ไม่เอาเปรียบผู้ทำประกัน ก็จะทำให้มีลูกค้าสนับสนุนอยู่ตลอด  ส่วนการตัดสินใจว่าจะซื้อประกันกับบริษัทไหน ก็เป็นสิทธิของผู้เดินทางในการพิจารณาจากเหตุผล เคสต่างๆ ในอดีต

อย่างไรก็ดีเนื่องจากผมเดินทางด้วยสายการบินยุโรปและเหตุเกิดในยุโรป ซึ่งการคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ในการได้รับการชดเชยกรณีเที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก ซึ่งทางผมจะได้ดำเนินการตามสิทธิดังกล่าวต่อไป

มาอัพเดทครับ ผมทำเคลมกับสนง.กรมการบินพลเรือนของประเทศที่ดูแลสายการบินนั้น และได้รับเงินคืนคนละ 600 ยูโรเรียบร้อยแล้ว แต่เงินที่ได้แม้จะเยอะ แต่ก็ไม่คุ้มกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเลย

 

 

 

 

Share